10 สัมฤทธิผล ตัววัดกึ๋นผู้บริหารสถานศึกษามือใหม่

 

กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายสำคัญหลายประการที่จะนำไปสู่การปฏิรูปการศึกษา โดยมีเจตนาที่จะสร้างโอกาสและคุณภาพทางการศึกษา ซึ่งทุกภาคส่วนมีบทบาทในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาไปสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะผู้อำนวยการสถานศึกษาถือว่าเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จ เพราะเป็นจุดเชื่อมของนโยบายกับการปฏิบัติที่ใกล้ชิดกับผู้เรียนมากที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าผู้อำนวยการสถานศึกษา นอกจากจะมีความรู้ความสามารถสูงแล้ว จะต้องเป็นผู้นำครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนผู้ปกครองและชุมชนให้มาร่วมมือส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา ดังนั้นจะต้องคัดเลือกผู้อำนวยการสถานศึกษาที่พร้อมด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ และมีศักยภาพในการเป็นผู้นำสถานศึกษา 

 

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่เป็นหน่วยงานบังคับบัญชา กำกับดูแลผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วประเทศ จึงกำหนดแนวทางในการคัดเลือกและพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาตามนโยบายและทิศทางของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเริมต้นที่กลุ่ม “ผู้บริหารสถานศึกษาใหม่”  โดยคาดหวังว่าจะได้ผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถและผลการปฏิบัติงานที่ดี มาเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติในระดับสถานศึกษาสถานศึกษา โดยมีกระบวนการดังนี้

 

1. การคัดเลือกผู้ที่มีสมรรถนะ กระบวนการคัดเลือกผู้อำนวยการสถานศึกษา มีความสำคัญที่จะทำให้ได้มาซึ่งผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ความเหมาะสมทั้งด้านคุณวุฒิ วัยวุฒิ มีประสบการณ์ในการบริหารสถานศึกษาและมีภาวะผู้นำสูงหรือโดยรวมว่า “มีสมรรถนะ” โดยกระบวนการคัดเลือกรูปแบบใหม่ เน้นคัดเลือกจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์การบริหารสถานศึกษาโดยพิจารณาตัดสินจากผลการสอบข้อเขียน ผลการประเมินประวัติและผลการปฏิบัติงานควบคู่กันไป    

 

2. การพัฒนาสมรรถนะก่อนแต่งตั้ง เมื่อผ่านการคัดเลือกแล้วแล้วต้องเข้าสู่กระบวนการพัฒนาก่อนการบรรจุและแต่งตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง และต้องผ่านการอบรมตามเกณฑ์ที่กำหนด จึงจะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยในการพัฒนาก่อนแต่งตั้งกำหนดเนื้อหาพัฒนาเพื่อให้เกิด “สมรรถนะ” ทั้งสมรรถนะหลักและสมรรถนะประจำสายงาน ก่อนไปปฏิบัติงาน คลิกอ่านสมรรถนะผู้อำนวยการโรงเรียน 4.0 พลังขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษา

 

3. การปฏิบัติงานที่สถานศึกษา มีขั้นตอนดังนี้

   3.1 การศึกษาบริบทของสถานศึกษา

         หลังจากการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาเสร็จแล้ว จะมีคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งให้ผู้ผ่านการพัฒนาไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาที่เลือกตามลำดับที่ประกาศผลการคัดเลือก การปฏิบัติงานของผู้อำนวยการสถานศึกษาในระยะเวลา 1 ปี จะอยู่ภายใต้คำแนะนำปรึกษาของคณะกรรมการที่ปรึกษา(Coaching Team) เพื่อให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาสามารถปฏิบัติงานตามระเบียบ กฎหมายและภารกิจที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่งคณะกรรมการที่ปรึกษาจะคอยเป็นพี่เลี้ยงให้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้กรอบแนวทางที่สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด  โดยผู้อำนวยการสถานศึกษาต้องศึกษาบริบทของสถานศึกษาในด้านต่างๆ นำมาจัดทำเป็นสารสนเทศ ดังนี้

         1) สภาพปัจจุบันในการดำเนินงานและสภาพแวดล้อม

         2) ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา O-NET NT

         3) ความสำเร็จในการจัดการศึกษาในด้านอื่น

         4) ปัญหาและอุปสรรคในการจัดการศึกษา

         5) ความต้องการพัฒนาของโรงเรียนและชุมชน

         6) ศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากผู้นำชุมชนและผู้เกี่ยวข้อง

         7) วิเคราะห์สภาพแวดล้อม

 

    3.2 การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาและข้อตกลงในการปฏิบัติงาน (Performance Agreement)

          เมื่อผู้อำนวยการสถานศึกษา ไปปฏิบัติงานที่สถานศึกษาแล้วเป็นระยะเวลา 15 วัน ผู้อำนวยการสถานศึกษา ต้องจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาของโรงเรียน ให้ครอบคลุมภารกจและนโยบาย โดยจัดทำเป็นข้อตกลงการปฏิบัติงาน (Performance Agreement) เพื่อที่จะนำไปสู่การประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานในระยะเวลา 1 ปี ซึ่งต้องสอดคล้องกับตัวชี้วัดในการทำงาน โดยสะท้อนให้เห็นถึงระดับคุณภาพและผลที่เกิดขึ้นกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ ผลที่เกิดขึ้นกับนักเรียน ผลที่เกิดกับครู ผลที่เกิดกับผู้เรียน ผลที่เกิดกับผู้บริหาร ผลที่เกิดกับสถานศึกษา ผลที่เกิดกับผู้รับบริการ และผลการสนองนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและ สพฐ. ซึ่งแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา มีรายละเอียดประกอบด้วย

         1) ข้อมูลพื้นฐาน สารสนเทศของโรงเรียน

         2) วิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย

         3) โครงการพัฒนาโรงเรียนครบคลุมภารกิจรวมทั้งสนองนโยบาย

         4) แผนการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา

         5) แผนความร่วมมือในการพัฒนางานกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

         6) รายละเอียดอื่นๆ ที่เป็นปัจจัยสำคัญตามบริบทของโรงเรียน

         สำหรับการจัดทำข้อตกลงในการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับการประเมินประสิทธิผลการปฏิบัติงานในหน้าที่ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาในระยะเวลา 1 ปี ควรดำเนินการ ดังนี้

         1) ผู้อำนวยการสถานศึกษาจะต้องจัดทำเป็นข้อตกลงการปฏิบัติงาน ในหน้าที่ (Performance Agreement) เพื่อที่จะนำไปสู่การประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานในระยะเวลา 1 ปี โดยมีข้อความระบุถึงการที่ผู้อำนวยการสถานศึกษาจะปฏิบัติงานตามกรอบภารกิจของสถานศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. และยอมรับที่จะปฏิบัติงานให้บรรลุตามองค์ประกอบ ตัวชี้วัด ตัวชี้วัด คะแนนการประเมินผล และวิธีการประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานในหน้าที่

          2) การลงนามในข้อตกลง มีผู้ที่จะลงนามประกอบด้วย ผู้อำนวยการสถานศึกษาที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งใหม่ เป็นผู้ให้ข้อตกลง นอกจากนี้กำหนดให้มีพยานในข้อตกลงตามที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเห็นสมควร สำหรับรูปแบบการจัดทำข้อตกลงในหน้าที่ให้เป็นไปตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด

 

4. การพัฒนาสถานศึกษาตามข้อตกลงปฏิบัติงาน

     ผู้บริหารสถานศึกษาดำเนินการพัฒนาสถานศึกษาตามแผนพัฒนาสถานศึกษา  โครงการ กิจกรรมตามที่กำหนดในแผนพัฒนาสถานศึกษาและข้อตกลงการปฏิบัติงาน ซึ่งมีคณะกรรมการที่ปรึกษาหรือพี่เลี้ยงที่มีความรู้และประสบการณ์สูงได้รับการยอมรับมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เพื่อให้คำแนะนำปรึกษา ซึ่งประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารการศึกษา ผู้อำนวยการสถานศึกษาที่มีผลการปฏิบัติงานเป็นที่ยอมรับ และศึกษานิเทศก์หรือครูวิชาการที่มีผลการปฏิบัติงานเป็นที่ยอมรับ โดยมีการดำเนินการภายใต้กรอบแนวทางที่สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด ประกอบด้วย

      1) การพัฒนาด้านการเป็นผู้นำ

      2) การบริหารจัดการในสถานศึกษา

      3) การศึกษาดูงานจากสถานศึกษาต้นแบบ

      4) การประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้

      5) การจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงาน

      6) อื่นๆ ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน

 

5. การประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงาน

    5.1 การประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานครั้งที่ 1

        เมื่อผู้อำนวยการสถานศึกษาปฏิบัติงานครบ 6 เดือน (23 มิถุนายน 2560) กำหนดให้มีการประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานครั้งที่ 1 ตามตัวชี้วัดที่กำหนด จำนวน10 รายการปฏิบัติงานที่ได้จัดทำขึ้น โดยสะท้อนให้เห็นถึงผลสำเร็จของงานตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและสพฐ. ผลที่เกิดขึ้นกับนักเรียน ผลที่เกิดกับครู ผลที่เกิดกับผู้บริหาร ผลที่เกิดกับสถานศึกษา และผลที่เกิดกับผู้รับบริการ โดยมีคณะกรรมการประเมิน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการ  ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหาร  ผู้อำนวยการสถานศึกษา (ที่มีผลการปฏิบัติงานเป็นที่ยอมรับ) ซึ่งแต่งตั้งโดย สพฐ.โดยการเสนอของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด โดยคณะกรรมการหนึ่งชุดประเมินผู้บริหารสถานศึกษาได้ไม่เกิน 10 คน

    5.2 การประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานครั้งที่ 2

        เมื่อผู้อำนวยการสถานศึกษาปฏิบัติงานครบ 12 เดือน (23 ธันวาคม 2560) กำหนดให้มีการประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานครั้งที่ 2 โดยพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลงในการปฏิบัติงาน และตามองค์ประกอบ/ตัวชี้วัดที่กำหนดเหมือนการประเมินครั้งที่ 1  

    5.3 สรุปผลการประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานทั้ง 2 ครั้ง

         1)  หากผ่านการประเมิน (เฉลี่ยร้อยละ 70 ขึ้นไป) ผู้อำนวยการสถานศึกษา ปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาต่อไป

          2) หากไม่ผ่านการประเมิน ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 สั่งให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งอื่นที่ไม่สูงกว่าเดิม

 

6. องค์ประกอบ ตัวชี้วัด คะแนนประเมิน

    การประเมินประสิทธิผลตัวชี้วัดการปฏิบัติงานในหน้าที่ผู้อำนวยการสถานศึกษา จะพิจารณาจากข้อตกลง ที่จัดทำไว้กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้

    1) ความสามารถในการอ่านการเขียนและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย (15คะแนน)

     1.1) ประเมินกระบวนการดำเนินงาน (10 คะแนน) โดยพิจารณาจากการส่งเสริมสนับสนุนในการสร้างความตระหนักและให้ความรู้แก่ครู การส่งเสริมสนับสนุนการนำความรู้สู่การปฏิบัติ  การส่งเสริมสนับสนุนให้มีการทำสื่อหรือนวัตกรรม  การวางแผนการนิเทศติดตาม การสรุปการติดตามรายงานผลและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หากทำครบถ้วนทุกกระบวนการก็เก็บไปเต็ม ทำไม่ครบก็ได้ตามสัดส่วนนั้นๆ

     1.2) ประเมินผลการดำเนินงาน (5 คะแนน) กรณีนักเรียนระดับประถมศึกษาพิจารณาจากจำนวนนักเรียนที่มีความสามารถในการอ่านและการเขียนวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 (จำนวน 2 ครั้ง คือ มิถุนายน 2560 และพฤศจิกายน 2560 โดยใช้แบบทดสอบที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือสถานศึกษาจัดทำขึ้นตามเกณฑ์ที่สำนักวิชาการและมาตรฐาน สพฐ. กำหนด) เปรียบเทียบกัน หากมีนักเรียนที่มีความสามารถในการอ่านและการเขียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ขึ้นไปก็เก็บไปเต็ม หากทำได้น้อยกว่านั้นก็ตามสัดส่วน และสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาพิจารณาจากจำนวนนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (วิชาพื้นฐาน) เฉลี่ยของนักเรียนชั้นมัธยมที่ 1-3 ในเดือนกันยายน 2560 ซึ่งหากมีจำนวนนักเรียนที่มีผลการเรียนเฉลี่ยวิชาภาษาไทยระดับ 3.00 ขึ้นไปร้อยละ 80 ขึ้นไปของนักเรียน ก็เก็บไปเต็ม           

    2) ผลงานหรือรางวัลที่เกิดจากการบริหารจัดการของผู้บริหารสถานศึกษา (10 คะแนน)

     2.1) ประเมินกระบวนการดำเนินงาน (7 คะแนน)  โดยพิจารณาจากการมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนจากหลากหลายภาคส่วน  แผนปฏิบัติงานที่ถูกต้องชัดเจน การดำเนินการตามแผนอย่างมีประสิทธิภาพ  การกำกับติดตามตรวจสอบ การรายงานผลการปฏิบัติงาน การปรับปรุงแก้ไขพัฒนา การเผยแพร่ผลงานรางวัล ซึ่งหากทำครบถ้วนทุกกระบวนการก็เก็บไปเต็ม ทำไม่ครบก็ได้ตามสัดส่วน

    2.2) ประเมินผลการดำเนินงาน (3 คะแนน) โดยพิจารณาจากกิจกรรม ชิ้นงาน หรือรางวัลที่ได้รับที่สอดคล้องกับกิจกรรมที่ สพฐ.กำหนดและส่งผลต่อคุณภาพการศึกษา ทั้งที่เป็นรางวัลของสถานศึกษา ผู้บริหาร ครู และนักเรียนได้รับ ซึ่งหากมีผลงานเป็นแบบอย่างได้รับการยกย่องและมีผู้นำไปประยุกต์ใช้หรือได้รับรางวัลสูงกว่าระดับเขตพื้นที่หรือรางวัลระดับจังหวัดก็กวาดไปเต็ม

    3) ผลการเรียนรู้เฉลี่ย 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ (10 คะแนน)

     3.1) ประเมินกระบวนการดำเนินงาน (7 คะแนน) โดยพิจารณาจากการจัดทำแผนและปฏิบัติตามแผนพัฒนาคุณภาพและยกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การจัดทำข้อมูลคุณภาพและและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนรายบุคคล การพัฒนาครูด้วยกิจกรรมที่หลากหลายตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการ การพัฒนาผู้เรียนด้วยกิจกรรมที่หลากหลายตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการ การจัดให้มีแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสมและเอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน การจัดให้มีการทดสอบและประเมินผลการเรียนรู้ด้วยเครื่องมือที่มีมาตรฐานด้วยวิธีการและรูปแบบที่หลากหลาย การจัดให้มีระบบนิเทศกำกับติดตามประเมินผลและรายงานผลการดำเนินงานที่ชัดเจน ซึ่งหากทำครบถ้วนทุกกระบวนการก็เก็บไปเต็ม  

    3.2) ประเมินผลการดำเนินงาน (3 คะแนน) โดยพิจารณาจากคะแนนเฉลี่ย 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้หลักของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หรือระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 ซึ่งหากมีนักเรียนที่มีผลการเรียนเฉลี่ยระดับ 3ขึ้นไปร้อยละ 80 ขึ้นไปของนักเรียนก็เก็บไปเต็ม

     4) การบริหารงบประมาณและการระดมทรัพยากรและการลงทุนจากภาคีเครือข่ายหรือภาคประชาสังคมมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา (10คะแนน)

     4.1) ประเมินกระบวนการดำเนินงาน (8 คะแนน) โดยพิจารณาการบริหารงบประมาณตามแผนปฏิบัติการประจำปี จากการจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีและปฏิบัติตามแผนฯ  การบริหารจัดการงบประมาณที่มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสถานศึกษา การรายงานทางการเงิน  การดำเนินการตามระเบียบพัสดุ  การตรวจสอบภายในสถานศึกษา ซึ่งหากทำครบถ้วนทุกกระบวนการก็เก็บไปเต็ม ทำบางส่วนก็ได้คะแนนแค่บางส่วน 

    4.2) ประเมินผลการดำเนินงาน (2 คะแนน) โดยพิจารณาจากการระดมทรัพยากรจากภาคีเครือข่ายและภาคประชาสังคม เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางการศึกษาและส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การได้รับการสนับสนุนงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ และความร่วมมือจากหลายภาคส่วน หากทำได้เช่นนี้ก็กวาดไปเต็ม

    5) การส่งเสริมให้ครูและบุคลากรได้รับการพัฒนาวิชาชีพ (5คะแนน)

     5.1) ประเมินกระบวนการดำเนินงาน (3 คะแนน)  โดยพิจารณาจากการที่ผู้บริหารสถานศึกษาได้จัดทำแผนงาน โครงการ หรือกิจกรรม ที่ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วยวิธีการที่หลากหลายและสอดคล้องกับความต้องการจำเป็น มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ติดตามประเมินผลการพัฒนา และนำความรู้ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนและการปฏิบัติงานในหน้าที่ ซึ่งหากทำครบถ้วนทุกกระบวนการก็เก็บไปเต็ม ทำบางส่วนก็ได้คะแนนแค่บางส่วน 

    5.2) ประเมินผลการดำเนินงาน (2 คะแนน) โดยพิจารณาจากครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาทางวิชาชีพตั้งแต่ร้อยละ 90 ขึ้นไป ซึ่งหากทำได้เช่นนี้ก็เก็บไปเต็ม

    6) การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล (5คะแนน)

     6.1) ประเมินผลกระบวนการดำเนินงาน (3 คะแนน) พิจารณาจากการมีแผนงาน โครงการหรือกิจกรรมส่งเสริม สนับสนุนให้ความรู้เกี่ยวกับระเบียบกฎหมายวินัย จรรยาบรรณในการปฏิบัติงานและป้องกันการกระทำผิดวินัยด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ผู้บริหารประพฤติปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีการควบคุมกำกับการปฏิบัติงาน  ยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี และมีการสรุปรายงานผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ซึ่งหากทำได้ครบถ้วนทุกกระบวนการก็ได้คะแนนเต็ม ทำบางส่วนก็ได้คะแนนลดลงมาตามลำดับ 

    6.2) ดูผลการดำเนินงาน (2 คะแนน) พิจารณาจากการที่ผู้อำนวยการสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาไม่ถูกร้องเรียน หรือถูกร้องเรียนแต่ตรวจสอบแล้วไม่มีมูลความผิด ก็ได้คะแนนเต็ม

   7) การมีส่วนร่วมของสถานศึกษากับผู้ปกครองและชุมชน (10 คะแนน)

     7.1) ประเมินกระบวนการดำเนินงาน (5 คะแนน) พิจารณาจากมีการวางแผนงาน โครงการ  หรือกิจกรรมที่ปฏิบัติงานร่วมกับผู้ปกครองและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ผู้อำนวยการสถานศึกษาเป็นผู้นำเชิงรุกกร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง ชุมชนให้ความร่วมมือพัฒนา ชุมชนมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนตามศักยภาพด้วยความเต็มใจ มีการรายงานผลการดำเนินงานต่อผู้เกี่ยวข้อง หากทำครบถ้วนทุกกระบวนการก็ได้เต็ม ทำบางส่วนก็ได้คะแนนแค่บางส่วน 

    7.2) ประเมินผลการดำเนินงาน (5 คะแนน) พิจารณาจากการที่สถานศึกษากับผู้ปกครองและชุมชนมีโครงการ/กิจกรรมร่วมกันจำนวน 15 ครั้งขึ้นไปก็ได้คะแนนเต็ม ทำได้จำนวนครั้งน้อยลงคะแนนก็ลดลงตามลำดับ

   8) อัตราการเกณฑ์เด็กเข้าเรียนหรือการรับนักเรียนตามแผนการรับนักเรียน (10 คะแนน)

   8.1) ประเมินกระบวนการดำเนินงาน (5 คะแนน) โดยพิจารณาจากการกำหนดผู้รับผิดชอบและจัดทำแผนการรับนักเรียน มีข้อมูลนักเรียนในวัยเรียนที่เป็นปัจจุบัน มีการปฏิบัติตามแผนอย่างจริงจัง ทำงานเชิงรุก ประชาสัมพันธ์การรับนักเรียน ติดตามประเมินผล และรายงานผลการรับนักเรียนอย่างเป็นระบบ หากทำครบถ้วนทุกกระบวนการก็ได้ไปเต็ม ทำบางส่วนก็ได้คะแนนแค่บางส่วน 

    8.2) ประเมินผลการดำเนินงาน (5 คะแนน) โดยพิจารณาจากจำนวนนักเรียนได้เข้าเรียนหรือการรับนักเรียนเข้าเรียนตามแผนการรับนักเรียนได้ร้อยละ 100 ก็ได้คะแนนเต็ม ทำได้ไม่ครบเป็นเปร์เซ็นต์คะแนนก็ลดลงตามลำดับ

   9) อัตราการศึกษาต่อของนักเรียน (10 คะแนน)

     9.1) ประเมินกระบวนการดำเนินงาน (5 คะแนน) โดยพิจารณาจากการวางแผนงานโครงการส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาต่อของนักเรียน มีคณะกรรมการดำเนินงานและผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน การวางแผนและดำเนินงานอย่างเป็นระบบ การจัดกิจกรรมให้ความรู้และเสริมแรงจูงใจในการศึกษาต่ออย่างหลากหลาย มีการสรุปรายงานผลการดำเนินงานให้หน่วยงานต้นสังกัดและผู้เกี่ยวข้องทราบ มีร่องรอยหลักฐานปรากฏชัด สามารถตรวจสอบได้ หากทำครบถ้วนทุกกระบวนการก็ได้ไปเต็ม ทำบางส่วนก็ได้คะแนนแค่บางส่วน 

    9.2) ประเมินผลการดำเนินงาน (5 คะแนน) โดยพิจารณาจากการที่สถานศึกษากำกับดูแลนักเรียนระหว่างเรียน ทำให้ไม่มีนักเรียนออกกลางคัน หรือหากมีนักเรียนออกกลางคันแต่สถานศึกษามีระบบติดตามให้เข้าเรียนและอัตราการเรียนต่อ หากระดับประถมศึกษาพิจารณาจากจำนวนนักเรียนที่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้เข้าเรียนต่อ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ครบทุกคน หากทำได้เช่นนี้ก็ได้ไปเต็ม หากยังมีนักเรียนไม่ได้เข้าเรียนยิ่งมากคะแนนก็ลดลงตามลำดับ  ส่วนระดับมัธยมศึกษาพิจารณาจากจำนวนนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้เข้าเรียนต่อ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หรือเทียบเท่าได้ร้อยละ 95 ขึ้นไป หากทำได้เช่นนี้ก็ได้ไปเต็ม หากยังมีนักเรียนไม่ได้เข้าเรียนยิ่งมากเป็นเปอรเซ็นต์คะแนนก็ลดลงตามลำดับ

    10) ผลการดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและหรือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (15 คะแนน)

      นโยบายสำคัญ เช่น การลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้  การอ่านออกเขียนได้ โครงการประชารัฐ  สะเต็มศึกษา การยกระดับทักษะภาษาอังกฤษ การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก การส่งเสริมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การท่องจำในสิ่งที่ควรจำและนำไปฝึกคิดวิเคราะห์ และนโยบายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

     10.1) ประเมินกระบวนการดำเนินงาน (5 คะแนน) ดยพิจารณาจากการวางแผนและกระบวนการทำงานงานตามนโยบายฯ ว่ามีความเหมาะสม สอดคล้องต่อการปฏิบัติงานหรือไม่ หากมีและสอดคล้อง เหมาะสมระดับมากที่สุด ก็ได้คะแนนไปเต็ม ทำได้มาก ปานกลาง น้อย หรือน้อยที่สุด ก็ได้คะแนนลดลงมาตามลำดับ 

     10.2) ประเมินผลการดำเนินงาน (5 คะแนน) โดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานตามนโยบายฯ ว่าได้ใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และสะท้อนภาวะผู้นำหรือไม่ หากมีและได้ใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และสะท้อนภาวะผู้นำระดับมากที่สุดก็ได้คะแนนเต็ม หากมาก ปานกลาง น้อย หรือน้อยที่สุด ก็ได้คะแนนลดลงมาตามลำดับ

     10.3) ประเมินประโยชน์ของผลการดำเนินงาน (5 คะแนน) โดยพิจารณาจากประโยชน์ของผลการดำเนินงานตามนโยบายฯที่ส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาว่ามีหรือไม่ หากมีและประโยชน์ของผลการดำเนินงานตามนโยบายฯที่ส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาระดับมากที่สุดก็เก็บไปเต็ม หากมาก ปานกลาง น้อย หรือน้อยที่สุด ก็ได้คะแนนลดลงมาตามลำดับ

 

7.เกณฑ์การตัดสิน

     1) ให้คณะกรรมการประเมิน ดำเนินการประเมินตามองค์ประกอบ ตัวชี้วัด คะแนนการประเมินและวิธีการประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานในหน้าที่ แล้วนำคะแนนของกรรมการทั้งสามคน มาเฉลี่ยเป็นผลการประเมิน 5 ระดับ ดังนี้

          ร้อยละ 80 ขึ้นไป ระดับดีมาก  

          ร้อยละ 70-79 ระดับดี 

          ร้อยละ 60-69 ระดับปานกลาง

          ร้อยละ 50-59 ระดับพอใช้

          ต่ำกว่าร้อยละ 50 ระดับปรับปรุง

     2) เกณฑ์การประเมินแต่ละครั้ง ต้องได้รับผลการประเมินในระดับดีขึ้นไป จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมิน

       ในกรณีผลการประเมินครั้งแรกไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ให้ผู้รับการประเมินดำเนินการปรับปรุงการปฏิบัติงานตามคำแนะนำของคณะกรรมการประเมิน

       ผลการประเมินรวม ให้นำผลการประเมินทั้งสองครั้งมารวมกันแล้วเฉลี่ยแล้วเทียบกับเกณฑ์การตัดสิน

 

8.แนวทางการประเมิน

     ประเมินสัมฤทธิ์ผล 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อครบ 12 เดือน ครั้ง 2 เมื่อครบ 1 ปี โดยประเมิน ณ สนานศึกษา พิจารณาจากข้อตกลงการปฏิบัติงานซึ่งสอดคล้องกับตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ในข้อตกลง โดยประเมินจาก

              1) สอบถามข้อมูลจากคณะกรรมการที่ปรึกษา พี่เลียง

             2)  สอบถาม สัมภาษณ์ผู้อำนวยการสถานศึกษา

             3)  สัมภาษณ์คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ครู นักเรียน

             4)  ศึกษาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน

             5)  ศึกษาข้อมูลเชิงประจักษ์อื่นๆ

 

จากกระบวนการดังกล่าว จะเห็นว่ารูปแบบการสรรหา พัฒนา ประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษา จะทำให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีสมรรถนะสูงเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาให้ประสบผลสำเร็จ ดังนั้นช่วงเวลา 1 ปีต่อจากนี้ไปจึงเป็นโจทย์สำคัญของผู้บริหารกลุ่มดังกล่าวที่จะต้องไปพัฒนาสถานศึกษาให้เกิดคุณภาพตามข้อตกลงการปฏิบัติงานที่ได้ทำเอาไว้กับหน่วยงานต้นสังกัด อย่างไรก็แล้วแต่เราท่านทั้งหลายเชื่อในศักยภาพของผู้บริหารสถานศึกษาดังกล่าว ว่าจะสามารถปฏิบัติงานจนเกิดสัมฤทธิผลได้เป็นผู้บริหารต่อย่างแน่นอน

 

 

ด้วยความปรารถนาดี

 

Dr.borworn

 

เอกสารอ้างอิง

หลักสูตรและคู่มือการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่ง

ผู้อานวยการสถานศึกษา

คู่มือกิจกรรมรายวิชาหลักสูตรการพัฒนาก่อนแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งผู้อานวยการสถานศึกษา

 

บทความเกี่ยวกัน

สมรรถนะสำคัญไฉน จะเป็นผู้บริหารฯ ทำไมต้องสอบ ตอน 1

สมรรถนะสำคัญไฉน จะเป็นผู้บริหารฯ ทำไมต้องสอบ ตอน 2

สมรรถนะผู้อำนวยการโรงเรียน 4.0 พลังขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษา

 

ความเห็นของผู้ชม