Article Professional Development Skills
Article About Welfare-Interest
Article About Education Administration

ตอบสัมภาษณ์อย่างไร..ทำคะแนนใกล้ 50

 

เทคนิคการเตรียมตัวตอบสัมภาษณ์ในการสอบเป็น”ครูผู้ช่วย”

 

...จินตนาการเหนือกว่าความรู้...ไอสไตน์พูดเอาไว้  ขณะที่นักพูดสร้างแรงจูงใจหลายท่าน ก็กล่าวว่า ...หากเราคิดและจิตนาการเป็นภาพใส่อารมณ์ร่วมเข้าไปด้วย สิ่งที่จินตนาการนั้นก็จะเป็นผลจริง..... ปรารถนาให้ผู้เข้าสอบแข่งขันเป็นครูผู้ช่วย ได้จินตนาการว่าได้ทำข้อสอบข้อเขียนในห้องสอบได้อย่างมีความสุข เดาข้อสอบไม่กี่ข้อ นอกนั้นทำได้หมดเลย สุขใจมาก คะแนนข้อเขียนผ่านเกณฑ์ชัวร์  เหลือแต่สัมภาษณ์ "จะต้องก้าวข้ามได้อย่างข้อเขียนแน่นอน"

 

..ข้อเขียนต่อไปนี้จะช่วยให้ผู้เข้าสอบสัมภาษณ์ได้ใช้จินตนาการเพื่อความสำเร็จสมบูรณ์ โดยมีเป้าหมายว่าทำคะแนนสัมภาษณ์ได้ 50 หรือใกล้ 50 คะแนน ตังเป้าอย่างนั้น

 

การสรรหาบุคคลเข้าทำงานในหน่วยงานหรือองค์กร ไม่ว่าจะเป็นเอกชนหรืองานราชการ มักจะใช้การสัมภาษณ์เป็นวิธีหนึ่งในการคัดเลือกเพื่อดูความเหมาะสมของบุคคล ยิ่งหากเป็นการคัดเลือกบุคคลให้เข้ารับราชการจะมีหลักสูตรกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ ดังเช่น การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีทั่วไป ตามหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคลากรเข้ารับราชการเป็นราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ.ที่ ศธ. 0206.6/ว14 ลงวันที่ 24 กรกฏาคม 2557 ที่เรียกย่อว่า “การสอบครูผู้ช่วยตาม ว14/2557” ได้กำหนดให้ประเมินในภาคความเหมาะสมด้วยวิธีการสัมภาษณ์ ซึ่งกำหนดคะแนนเต็มในส่วนนี้ไว้ 50 คะแนน

 

จึงเป็นโจทย์สำคัญของผู้เข้าสอบว่า จะทำอย่างไรที่จะให้ได้คะแนนเต็ม 50 หรือใกล้เคียง 50 ...เพราะคะแนนส่วนนี้หากประมวลในภาพรวมแล้วจะได้ง่ายที่สุด เป็นคะแนนที่ไปเติมเต็มภาคข้อเขียนได้เป็นอย่างดี... ผู้เข้าสอบสามารถแก้โจทย์นี้ได้ หากเรียนรู้และปฏิบัติตามเทคนิควิธีการการเตรียมตัวสอบสัมภาษณ์ ..ดังนี้ครับ

 

การสอบสัมภาษณ์และการให้คะแนนมีหลักเกณฑ์อย่างไร?

“การสอบสัมภาษณ์”  เป็นวิธีการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง ตามหลักสูตรสอบแข่งขันหรือสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการหรือเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้นของส่วนราชการต่างๆ โดยทั่วไปการพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่ง จะพิจารณาจาก ประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประสบการณ์การทำงาน บุคลิกภาพด้านต่างๆ รวมทั้งอุปนิสัย ท่วงทีวาจา ปฏิภาณไหวพริบ  คุณธรรม จริยธรรม และเจตคติ ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความรู้ในเรื่องการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ หรือ อื่นๆ ตามหน่วยงานผู้สอบฯ กำหนด

 

ดังเช่น การสอบแข่งขันครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. กรณีทั่วไป ตาม ว14/2557 ได้กำหนดให้มีการสอบสัมภาษณ์ โดยประเมินจาก “ประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา  บุคลิกลักษณะท่วงทีวาจา  วุฒิภาวะทางอารมณ์ การมีปฏิญาณไหวพริบ  ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เจตคติและอุดมการณ์”

 

การประเมินความเหมาะสมด้วยวิธีการสัมภาษณ์ หลักสูตรการคัดเลือกหรือสอบแข่งขันฯจะกำหนดคะแนนเต็มในส่วนนี้รวมเป็นคะแนนเต็ม 50 คะแนน ส่วนจะแยกย่อยคะแนนแต่ละประเด็นหรือไม่อย่างไร ขึ้นกับหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานของหน่วยสอบ ในการสอบแข่งขันครูผู้ช่วย สังกัด สพฐ. กรณีทั่วไป ตาม ว14/2557 หลักเกณฑ์กำหนดแค่ประเด็นการประเมินฯ แต่หน่วยสอบ (กศจ.) อาจกำหนดรายละเอียดคะแนนในแต่ละประเด็น เช่น “ประวัติส่วนตัวประวัติการศึกษา (10 คะแนน)  บุคลิกลักษณะท่วงทีวาจา (10 คะแนน)  วุฒิภาวะทางอารมณ์ (10 คะแนน)  การมีปฏิญาณไหวพริบ  (10 คะแนน)  ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์เจตคติและอุดมการณ์ (10 คะแนน) รวมคะแนนเต็ม 50 คะแนน”

 

ในการให้คะแนนการสอบสัมภาษณ์ของกรรมการผู้สอบสัมภาษณ์ (เป็นแนวทางปฏิบัติมักกำหนดโดยหน่วยสอบ) จะกำหนดช่วงของคะแนนที่จะให้ไว้อย่างชัดเจน เหมาะสม และเป็นธรรม เช่น กำหนดความต่างของคะแนนผู้เข้าสอบฯไม่เกิน 3 คะแนนบ้าง (ต่ำสุด 47 คะแนน สูงสุด 49 คะแนน) หรือ 5 คะแนน (ต่ำสุด 45 คะแนน สูงสุด 49 คะแนน) มักไม่นิยมให้คะแนนเต็ม 50 เพราะโดยหลักการแล้วจะไม่มีใครที่จะสมบูรณ์ เยี่ยมยอด (หากจะให้คะแนนเต็ม 50 ก็สามารถทำได้ แต่กรรมการอาจบันทึกชี้แจงเพิ่มเติม อันนี้ก็เป็นเรื่องที่หน่วยสอบกำหนดเช่นกัน)

 

ดังนั้นผู้เข้าสอบสัมภาษณ์จึงไม่ต้องวิตกหรือกังวลมากนัก อย่างไรก็ได้คะแนนส่วนนี้เกิน 40 คะแนน อย่างแน่นอน นั่นหมายถึง สิ่งที่ทำให้สอบได้หรือสอบตกจึงไม่ได้อยู่ที่การสอบสัมภาษณ์แต่อยู่ที่การสอบข้อเขียนต่างหาก

 

จะเตรียมตัวและเข้าสอบสัมภาษณ์อย่างไรให้ได้คะแนนมากที่สุด?

ดังที่ได้กล่าวมาเบื้องต้นแล้วว่า การสัมภาษณ์ เป็นการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่งโดยประเมินผู้เข้าสอบทุกคน เพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ จากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน เพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งในด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย เจตคติ และบุคลิกภาพ ดังนั้นการจะเป็นผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ที่ดีและได้คะแนนมากที่สุด (ให้ถูกตัดน้อยที่สุด) ควรมีและ ใช้เทคนิคการเตรียมสอบสัมภาษณ์ การเข้าสอบสัมภาษณ์ จึงจะทำให้เกิดความมั่นใจ

 

จากที่เคยผ่านการถูกสัมภาษณ์ และเคยเป็นกรรมการสอบสัมภาษณ์ ใคร่แนะนำ ดังนี้

1) เบื้องต้นควรกรอกใบสมัครให้ดี และมีความสมบูรณ์มากที่สุด เพราะกรรมการสอบสัมภาษณ์ส่วนมากจะดูข้อมูลส่วนตัวผู้เข้ารับการสัมภาษณ์จากใบสมัครประกอบการสัมภาษณ์ด้วย(ตอนสมัครสอบ)

2) ในวันสอบสัมภาษณ์ ควรแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย สะอาด ภูมิฐานมากที่สุด หากใส่สูท ผูกไทด์ รองเท้าคัทชู จะสุดยอดมากเลย

3) ควรงดสูบบุหรี่ เครื่องดื่ม หรืออาหารกลิ่นจัด เพราะหากขณะสัมภาษณ์กลิ่น คงไม่เป็นที่สบอารมณ์กรรมการมากนัก ทางที่ดีนอกจากไม่ดื่มแล้วควรอมลูกอม ให้ปากหอมแทนจะดีกว่า

4) ขณะรอสัมภาษณ์ควรรอด้วยความอดทน ทำจิตใจให้สงบ สดชื่น ผ่องใส มีอารมณ์ร่าเริง เบิกบาน

5) ควรศึกษาหาความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวกับหน่วยงานที่เราสมัครสอบว่า มีความเป็นมาอย่างไร หัวหน้าหน่วยงานชื่ออะไร เพราะหากถูกสัมภาษณ์ แล้วตอบไม่ได้ อาจส่งผลต่อการให้คะแนนในภาพรวม

6) เมื่อผู้สอบคนอื่นออกจากห้องสอบสัมภาษณ์ หากมีโอกาสก็สอบถามข้อมูลหรือประเด็นที่กรรมการสัมภาษณ์ถาม เพื่อจะเตรียมคำตอบ เพราะโดยทั่วไปประเด็นที่ถาม มักจะถามคล้ายๆ กัน

7) เมื่อถูกเรียกชื่อให้เข้ารับการสัมภาษณ์ ขณะเดินเข้าห้องสอบช่วงนั้นโดยทั่วไปมันจะหวิวและตื่นเต้นมาก ให้หายใจลึก ๆ และเรียกกำลังใจ สู้ ๆ ขณะเดิน ควรก้าวเดินให้เป็นปกติ ระมัดระวัง แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ

8) เมื่อไปถึงหน้าโต๊ะสัมภาษณ์ ควรยกมือไหว้กรรมการ และนั่งลงเมื่อได้รับการบอกให้นั่ง บางที่กรรมการอาจมีกติกาหรือแนวทางที่ไม่บอกเพื่แประเมินอะไรซักอย่าง อย