บทความเกี่ยวกับทักษะและสมรรถนะวิชาชีพทางการศึกษา
บทความเกี่ยวกับสวัสดิการและสิทธิประโยชน์บุคลากรภาครัฐ
บทความเกี่ยวกับกฎหมายและการบริหารจัดการศึกษา

การเตรียมตัวสอบ ; 3 ด่านสำคัญที่จะฟันฝ่าไปสู่ ”ครูผู้ช่วย” ดั่งใจหวัง

 
มีหลายแสนคน..ใฝ่ฝันอยากทำงานราชการ เพราะเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มั่นคง มีเงินเดือน มีสวัสดิการและสิทธิประโยชน์นานา แม้เกษียณอายุราชการไปแล้วรัฐบาลยังเลี้ยงดูไปจนวันตาย

มีหลายแสนคน…อยากเป็นครู เพราะนอกจะเป็น “ข้าราชการ” แล้ว ยังเป็นการสนองตอบพลังความต้องการ แรงบันดาลใจ ความรัก ความชอบ อยากบอก อยากสอน อยากสร้างศิษย์ที่ดี อุดมการณ์ มันเป็นไฟ โชติช่วงในใจตลอดเวลา

แต่ก็มีอีกหลายแสนคน…ที่อยากเป็น “ข้าราชการครูฯ” แต่ก็ไม่สามารถข้ามไปยังฝั่งฝันได้…เพราะติดด่านสำคัญ?……อะไรหรือ คือ ด่านสำคัญที่ว่า ?

ต่อไปนี้ คือ 3 เงื่อนไขหลัก ดั่งเหมือนเป็นด่านสำคัญที่เปิดโอกาสให้บุคคลเดินข้ามไปสู่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่ง ”ครูผู้ช่วย” ได้ ซึ่งทั้งสามด่านล้วนมีความสำคัญ ต้องฝ่าไปที่ละด่าน หากสามารถผ่านด่านแรก ด่านสองได้ จะไร้ประโยชน์หากต้องเหนื่อยและพ่ายแพ้ในด่านสาม ความใฝ่ฝันที่อยากเป็น “ครูผู้ช่วย” จะสลายไปทันที

1. ด่านแรก ; จะเป็นครูผู้ช่วยได้ผู้นั้นต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติทั่วไป

“ครูผู้ช่วย” เป็นตำแหน่งแรกบรรจุของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสายงานการสอน ตาม พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในมาตรา 30 ได้กำหนดว่า ผู้ที่จะรับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ ผู้นั้นต้องมีคุณสมบัติทั่วไป ซึ่งขอขยายความ คือ

1) มีสัญชาติไทย คือ ผู้นั้นต้องเป็นคนไทย มีบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านเป็นหลักฐานสำคัญ

2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ คือ ผู้นั้นมีอายุตามนั้น อาจดูขัดกันหากเทียบกับคุณสมบัติการมีใบประกอบวิชาชีพ (คุณสมบัติเฉพาะที่ผู้จะได้ใบประกอบวิชาชีพจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์) เขาอาจเขียนไว้เผื่อต่อไปอนาคต การจะเป็นครูอาจไม่จำเป็นต้องมีใบประกอบวิชาชีพก็ได้ในบางสาขาวิชา เช่น สาขาเฉพาะ สาขาดขาดแคลน สาขาวิชาชีพ เป็นต้น จึงกำหนดอายุการเป็นครูช่วงนี้

3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย คือ ผู้นั้นต้องทำตัวเป็นคนไทยปกติ ไปเลือกตั้ง ไม่มีพฤติกรรมที่เป็นปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตย การไม่เลื่อมใสอาจต้องคำสั่งศาลประกอบการตีความ

4) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น คือ ผู้นั้นต้องไม่เป็น สส. สว. สท. สอบจ. สอบต. นายก อบจ. นายก อบต นายกเทศมนตรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประมาณนี้ หากเป็นอยู่ก็ลาออกแล้วค่อยมาสมัครเป็นครู หรือสอบได้แล้วจะบรรจุเป็นครูค่อยลาออกจากตำแหน่งฯนั้น ๆ ก็ได้

5) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดใน กฎ ก.ค.ศ.ว่าด้วยโรค พ.ศ. 2549 คือ ผู้นั้นต้องไม่เป็นคนไร้ความสามารถ ตามคำวินิจฉัยหรือคำสั่งศาล หรือไม่มีจิตฟั้นเฟือนตามที่แพทย์รับรองฯ หรือผู้นั้นต้องไม่เป็นโรคต้องห้ามตามที่ระบุตาม กฎ ก.ค.ศ. ได้แก่ โรคเรื้อนในระยะติดต่อหรือในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม วัณโรคในระยะติดต่อ โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม โรคติดยาเสพติดให้โทษ และโรคพิษสุราเรื้อรัง อันนี้ต้องมีหลักฐานแสดงว่าไม่เป็นโรคพวกนี้ โดยมีใบรับรองแพทย์อ้างยืนยัน

6) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือตามกฎหมายอื่น หรือ ถูกสั่งพัก หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎหมายองค์กรวิชาชีพนั้น ๆ คือ กรณีบุคคลที่เป็นข้าราชการครูหรือข้าราชการอื่นอยู่แล้ว หากประสงค์จะใช้สิทธิ์สอบย้ายหรือโอน ผู้นั้นต้องไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งให้พักราชการ ให้ออกจากราชการไว้ก่อน หรือ ผู้นั้นต้องไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ

7) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี สำหรับการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา คือ กรณีผู้นั้นเป็นข้าราชการครูต้องไม่ถูกร้องเรียนกล่าวโทษจนผล