Article Professional Development Skills
Article About Welfare-Interest
Article About Education Administration

เวลาทวีคูณสำหรับข้าราชการครูฯ

 

"เวลาทวีคูณ" คำ ๆ นี้ จะถูกอ่านผ่านแม้จะเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างประจำในคราวอยู่ในสภาวการณ์ปกติ แต่หากเมื่อไรจะเกษียณอายุราชการ จะลาออก หรือ ขอรับประเมินแต่งตั้งฯ (จังหวัดชายแดนใต้) คำ ๆ นี้จะถูกใส่ใจและมีความสำคัญขึ้นมาทันที เชื่อดิ !!

 

แต่ขอเกริ่นนำว่า " เวลาทวีคูณ" มีสองลักษณะและใช้ต่างกัน ลักษณะที่หนึ่ง คือ เวลาทวีคูณตามกฎหมายบำเหน็จบำนาญนำไปใช้ในการคำนวณบำเหน็จบำนาญฯ  และอีกลักษณะหนึ่ง เวลาทวีคูณตามกฎหมายการบริหารงานบุคคลสำหรับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นำไปใช้ในการประเมินแต่งตั้งฯ

 

ก. เวลาทวีคูณประเภทแรกตามกฎหมายบำเหน็จบำนาญเป็นอย่างไร?

 

ก่อนอื่นมาทำความรู้จัก คำสามคำที่เป็นนิยามเพื่อตีกรอบให้ครอบคลุม “เวลาราชการ” ได้แก่

 

“เวลาราชการปกติ” คือ ช่วงเวลาที่ปฏิบัติราชการปกติตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายที่ปฏิบัติราชการ ซึ่งวันสุดท้ายอาจเนื่องจากเหตุเกษียณอายุราชการ หรือ ออกจากราชการด้วยเหตุใดก็ตาม เช่น ลาออก ถูกปลดออก ให้ออก เป็นต้น 

 

“เวลาราชการทวีคูณ” คือ ช่วงเวลาที่ปฏิบัติราชการที่มีลักษณะเฉพาะ ให้นับเวลาราชการเป็น 2 เท่าของเวลาราชการปกติ ได้แก่ การปฏิบัติราชการอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับการประกาศกฎอัยการศึก หรือ ปฏิบัติราชการที่มีการรบ สงคราม หรือมีการปราบปราบ การจลาจล หรือในระหว่างเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นต้น โดยเรียกง่าย ๆ ว่า “วันทวีคูณ” มีเป็นระยะๆ ไม่บ่อยนัก แต่ก็มากสำหรับครูบางพื้นที่ฯ และมากโขสำหรับเหล่าทหาร ๆ ผู้กล้า

 

แต่มีอีกเวลาราชการประเภทหนึ่งสำหรับข้าราชการส่วนหนึ่ง ซึ่งมักถูกละเลยประโยชน์ไป คือ “เวลาราชการราชการจากการเป็นทหารกองประจำการตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร”  เอาง่าย ๆ เช่น ครูผู้ช่วยไม่ได้ทำเรื่องยกเว้นทหารไปจับใบแดงได้เป็นทหารเกณฑ์ กรณีนี้ต้องถูกสั่งให้ออกจากครูไปรับราชการทหาร เมื่อพ้นกำหนดก็กลับมารายงานและจะมีคำสั่งให้เข้าเป็นรับราชการเป็นครูตามเดิม เวลาที่ถูกพักจากการเป็นครูหรือ “เวลาที่ไปเป็นทหารเกณฑ์”  นี้แหละคือเวลาราชการประเภทนี้

 

ดังนั้น"เวลาราชการ" จึงหมายถึง เวลาราชการปกติ เวลาราชการทวีคูณ และเวลาราชการราชการจากการเป็นทหารกองประจำการตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารฯ กรณีเวลาทวีคูณ ขอเรียกว่า ทวีคูณบำเหน็จบำนาญ แล้วกัน

 

เวลาทวีคูณบำเหน็จบำนาญมีช่วงเวลาใดบ้าง

หากพิจารณาตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.. 2494 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เวลาทวีคูณ จะมี 2 ลักษณะ คือ 1) เวลาระหว่างปฏิบัติหน้าที่ตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด เช่น การปราบปรามคอมมิวนิสต์ ปฏิบัติราชการลับ ปฏิบัติราชการสงครามเวียดนาม ปฏิบัติราชการพิเศษ ปฏิบัติราชการตามแผนป้องกันประเทศ หรือในระหว่างเวลาที่มีพระบรมราชโองการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และ 2) เวลาระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศใช้กฎอัยการศึก ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้นับเวลาราชการเป็นทวีคูณ

 

ในที่นี้จะขอยกมาเฉพาะเวลาทวีคูณกรณีการประกาศใช้กฎอัยการศึกฯ โดยมีช่วงเวลา ดังนี้

1. วันที่ 7 ตุลาคม 2519 - 5 มกราคม 2520 มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศ ทำให้ข้าราชการประจำทุกประเภท และลูกจ้างประจำ ได้วันทวีคูณเป็นเวลา 3 เดือน

2. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 - 2 พฤษภาคม 2534 มีการประกาศใช้กฎอ้ยการศึกทั่วประเทศ ทำให้ข้าราชการประจำทุกประเภท และลูกจ้างประจำ ได้วันทวีคูณเป็นเวลา 2 เดือน 8 วัน (คลิกอ่าน)

 

3. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 - 1 เมษายน 2543 มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกเฉพาะพื้นที่ ข้าราชการประจำ และลูกจ้างประจำ ที่ปฏิบัติงานในเขตพื้นที่นั้นๆ ได้วันทวีคูณเป็นเวลา 9 ปี 1 เดือน 7 วัน (ช่วง 23 .. 2534 – 12 .. 2541 มี 21 จังหวัด และ ช่วง 13 .. 2541 – 1 เม.. 2543 มี 20 จังหวัด คลิกดูรายละเอียด)

 

ต่อมา เมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉ.19) พ.ศ. 2543 และในมาตรา 7 กล่าวว่า สิทธิที่จะนับเวลาราชการเป็นทวีคูณของข้าราชการซึ่งประจำปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเขตที่มีประกาศใช้กฎอัยการศึกให้เป็นอันยุติลงนับตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้บังคับใช้บังคับ (2 เมษายน 2543) เว้นแต่คณะรัฐมนตรีจะได้พิจารณาให้มีสิทธิ์นับเวลาราชการเป็นทวีคูณตามมาตรา 24 ของ พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2594 แปลว่า ต่อไปนี้ใครจะมีสิทธิได้รับการนับเวลาราชการทวีคูณในช่วงประกาศกฎอัยการศึกให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดเท่านั้น (ไม่ได้โดยอัตโนมัติ) และเกิดช่วงเวลา ดังนี้

 

4. วันที่